SCG 100th Year Building

SCG 100th Year Building

เพราะ องค์กร คือหน่วยทางสังคมรูปแบบหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนจากหลากหลายที่มา แต่ละคนจึงย่อมมีความต้องการที่แตกต่างกันไป ดังนั้น ในการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อเป็นตัวแทนขององค์กรใดก็ตาม ผู้ออกแบบจะต้องเผชิญกับเงื่อนไขต่างๆ ที่มีความสลับซับซ้อนมากกว่าการออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อคนเพียงคนเดียว หรือคนจำนวนน้อย ความท้าทายประการสำคัญยังอยู่ที่ การพยายามค้นหา “อัตลักษณ์” ที่เป็นตัวแทนร่วมกันของทุกคนในองค์กร และนำมาถ่ายทอดสู่ตัวสถาปัตยกรรมที่สะท้อนถึงตัวตนและบุคลิกขององค์กรนั้นๆ ซึ่ง อาคาร SCG 100 ปี ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของสถาปัตยกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ข้างต้นดังกล่าว

เดิมทีนั้น เครือซีเมนต์ไทย หรือ SCG ได้มีความต้องการที่จะก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่หลังที่ 3 ต่อจากอาคารสำนักงานใหญ่ 1 และ 2 เพื่อรองรับบุคลากรที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของธุรกิจตั้งแต่ในปี พ.ศ.2538 โดยได้มอบหมายให้ บริษัท Design 103 International ซึ่งเป็นผู้ออกแบบอาคารสำนักงานใหญ่สองหลังก่อนหน้า เป็นผู้ออกแบบอาคารสำนักงานหลังใหม่ และหลังจากที่ออกแบบเป็นที่เรียบร้อยจึงได้เริ่มทำการก่อสร้าง หากแต่ในระหว่างที่ทำการก่อสร้างอยู่นั้น ประเทศไทยต้องประสบกับวิกฤติเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2540 โครงการนี้จึงต้องหยุดชะงักลง โดยทำได้เพียงแค่ตอกเสาเข็ม หลังจากผ่านไป 13 ปี ในปี พ.ศ.2553 ทางผู้บริหารจึงมีนโยบายที่จะนำโครงการนี้กลับมารื้อฟื้นอีกครั้ง โดยตั้งเป้าว่าจะต้องเสร็จสมบูรณ์ในปี พ.ศ.2556 ซึ่งเป็นปีที่องค์กรแห่งนี้จะมีอายุครบ 100 ปี โดยมี บริษัท Design 103 International เป็นผู้รับหน้าที่นำโครงการที่ออกแบบไว้เดิมขึ้นมาปรับปรุง “ยกเครื่อง” ครั้งใหม่

2

ในการรื้อฟื้นโครงการสำนักงานใหญ่ครั้งใหม่นี้ ทางผู้ออกแบบต้องพบกับข้อจำกัดในการออกแบบหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น ความสูงห้ามเกินจากที่เคยขออนุญาตไว้ คือ 102 เมตร จำนวนชั้นต้องเท่าเดิม กรอบอาคารสามารถเกินได้เล็กน้อย โดยที่พื้นที่อาคารรวมจะต้องเท่าเดิม นอกจากนี้ทางผู้บริหารยังได้มอบหมายโจทย์เพิ่มเติมคือ ต้องการให้อาคารสำนักงานแห่งใหม่นี้ เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ อันเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรแห่งนี้ที่ต้องการผลิตคนรุ่นใหม่ออกสู่สังคม จากโจทย์ดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นนามธรรม ทางผู้ออกแบบจึงได้นำมาตีความ เพื่อสร้างสรรค์ให้เป็นผลงานออกแบบที่เป็นรูปธรรม

“จากนโยบายของ SCG ที่ต้องการสร้างให้อาคารหลังนี้เป็นอาคารของคนรุ่นใหม่ เราก็มาคิดต่อว่า ในตอนที่อาคารหลังนี้เปิดใช้งาน มันคงจะไม่ได้มีเฉพาะแค่คนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่จะประกอบด้วยคนหลายรุ่น ทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ และไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน มันยังมีวัฒนธรรมไทยที่ครอบอยู่ เราก็เลยตั้งแนวคิดขึ้นมาว่า Respect The Past – Move to The Future” วิญญู วานิชศิริโรจน์ จาก Design 103 International หัวหน้าทีมออกแบบ กล่าวถึงแนวคิดหลักในการปรับปรุงครั้งนี้

3

ในกระบวนการออกแบบ ผู้ออกแบบได้นำองค์ประกอบของ “เส้นนอน” ที่ปรากฏอยู่บนรูปด้านของอาคารสำนักงานใหญ่ 1 และ 2 มาใช้ในอาคารสำนักงานแห่งใหม่ เพื่อสื่อถึงการเคารพผู้อาวุโสที่มาก่อน ทำให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างอาคารเก่าและอาคารใหม่ ในขณะเดียวกันในผังแต่ละชั้นของอาคาร ผู้ออกแบบยังคงรักษาแนวตำแหน่งของเสาเข็มเดิมเอาไว้ แต่ได้มีการออกแบบให้มีความรู้สึกลื่นไหลมากขึ้น โดยใช้เส้นโค้งทำให้เกิดเฉลียงที่มีการยืด-หดออกจากแนวกรอบเดิมที่วางเอาไว้ เพื่อสื่อถึงความคิดสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ ที่สามารถคิดนอกกรอบได้ หากแต่อยู่บนพื้นฐานของกรอบที่คนรุ่นเก่าได้สร้างเอาไว้

ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ได้คือ อาคาร SCG 100 ปี ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานสูง 21 ชั้น ผังมีสัณฐานค่อนไปทางรูปสี่เหลี่ยม โดยมีพื้นที่บริการเช่น ช่องลิฟท์ บันไดหนีไฟ ห้องผู้บริหาร และห้องน้ำ อยู่บริเวณส่วนกลางอาคาร (Core) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่ทำงานภายในได้สัมผัสแสงธรรมชาติและทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มที่ โดยมีพื้นที่ใช้งานในส่วนของสำนักงานทั้งหมด 22,250 ตารางเมตร ในส่วนของเฉลียงอาคารที่มีความโค้งและยืด-หดในตำแหน่งที่ไม่ตรงกัน ช่วยให้เกิดความเคลื่อนไหวที่มีชีวิตชีวา และมีความโดดเด่น ซึ่งผู้ออกแบบได้เรียกสถาปัตยกรรมในลักษณะนี้ว่า “Dyconic” ซึ่งมาจากการผสมผสานของคุณสมบัติ 2 ประการ ทั้งความ Dynamic (เคลื่อนไหว) และความเป็น Iconic (โดดเด่น) เข้าไว้ด้วยกัน

4

นอกจากอาคารสำนักงานที่เป็นอาคารสูงแล้ว บริเวณด้านข้างยังเป็นที่ตั้งของอาคารจอดรถยนต์สูง 10 ชั้น ซึ่งข้อดีของการแยกสำนักงานกับที่จอดรถออกจากกันนี้คือ ทำให้เกิดความปลอดภัย สามารถควบคุมการเข้า-ออกสำนักงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนอกจากใช้เพื่อจอดรถยนต์แล้ว อาคารหลังนี้ยังประกอบด้วยห้องสัมมนาย่อย บริเวณด้านข้าง และห้องประชุมใหญ่ขนาด 1,000 ที่นั่ง บริเวณชั้นดาดฟ้า เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย

และด้วยความที่ SCG นั้น มีความเป็นผู้นำทางด้านการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ทางผู้บริหารจึงมีความต้องการให้อาคาร SCG 100 ปี หลังนี้เป็นอาคารที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างยิ่งยวด เพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ขององค์กร ทำให้ในการออกแบบอาคารหลังนี้ ได้มีการคำนึงถึงการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างคุ้มค่า วัสดุที่ใช้ประกอบอาคารทั้งหมดเป็นวัสดุที่ผลิตในประเทศถึง 68 เปอร์เซ็นต์ เพื่อลดมลภาวะจากการขนส่ง ในส่วนของผนังภายนอกจะใช้กระจกสองชั้น เพื่อลดความร้อนที่จะเข้ามาสู่ภายใน มีการใช้แผงพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตไฟฟ้าขึ้นใช้เอง ผสานกับสวนบนหลังคาบริเวณที่จอดรถช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว นอกจากนี้ยังมีระบบหมุนเวียนเพื่อนำน้ำที่ผ่านการใช้งานแล้วกลับมาใช้ใหม่ และยังมีระบบกักเก็บน้ำฝน โดยผลสำรวจจากการใช้งานจริง พบว่า อาคารหลังนี้สามารถประหยัดพลังงานได้ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ และลดการใช้น้ำได้ถึง 74 เปอร์เซ็นต์ ของอาคารทั่วไปที่มีขนาดเดียวกัน ด้วยระบบอาคารที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อาคารหลังนี้ได้รับการรับรองอาคารเขียวจาก LEEDS โดยได้ในระดับ Platinum ซึ่งเป็นระดับสูงสุด

5

จุดเด่นประการสำคัญของอาคาร SCG 100 ปี หลังนี้ นอกจากจะอยู่ที่รูปลักษณ์ภายนอก ยังอยู่ที่กระบวนการออกแบบ ที่ผู้ออกแบบสามารถแปรสิ่งที่เป็นนามธรรมซึ่งเป็นภาพลักษณ์ขององค์กร ให้กลายเป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ และสอดคล้องกับตัวตนภายใน ผ่านกระบวนการตีความที่ลุ่มลึก “ผมคิดว่าการที่จะสร้างอาคารเพื่อสื่อไปถึงองค์กรใดๆ ก็ตาม เราไม่จำเป็นต้องเอาโลโก้มาคลี่คลาย หรือเอาชื่อ เอาสีมาเล่น มันสามารถส่งผ่านทางนามธรรมที่เป็นนัยยะ ที่เป็นเนื้อหาภายในจริงๆ ขององค์กรนั้นๆ ที่เค้าอยากจะสื่อสารกับสังคม แล้วก็สามารถนำเสนอตรงนั้นออกมาได้” วิญญู กล่าวแสดงทรรศนะ

ที่สำคัญ การจะสร้างสถาปัตยกรรมขององค์กรใดๆ ให้ประสบความสำเร็จได้นั้น วัฒนธรรมในองค์กรนั้นๆ ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ “เราต้องยอมรับว่า การที่จะมีอาคารสวยๆ ได้นั้น มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับสถาปนิกเพียงคนเดียว แต่มันต้องเกิดจากผู้บริหารขององค์กรนั้นๆ ที่ได้รับการหล่อหลอมด้วยวัฒนธรรมที่สะสมกันมาในแต่ละองค์กร ซึ่งถือว่าโชคดีที่ผู้บริหารของ SCG เข้าใจในสิ่งที่เรานำเสนอ ทำให้เกิดชิ้นงานที่ดีขึ้นมาในที่สุด” วิญญูกล่าวเสริม

6

Image / Photo : Ketsiree Wongwan, www.scg.co, http://www.creativemove.com/architecture/scg-100th-year-building/

Comments

comments