Food Villa Market

Food Villa Market

นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน “ตลาด” คือพื้นที่สำคัญที่เป็นศูนย์กลางทางด้านต่างๆ ทั้งการค้าขายแลกเปลี่ยน การคมนาคมขนส่ง รวมทั้งยังเป็นศูนย์รวมกิจกรรมต่างๆ ของผู้คนภายในเมือง ตลาดจึงเป็นเสมือนภาชนะขนาดใหญ่ที่บรรจุเรื่องราวของเมืองนั้นๆ เอาไว้ ดังนั้น ตลาดในเมืองหรือชุมชนแห่งใดก็ตาม ย่อมสามารถเป็นตัวแทนบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาและเป็นไปของผู้คนในเมืองหรือชุมชนนั้นๆ ได้ เช่นเดียวกับ Food Villa Market ตลาดรูปแบบสมัยใหม่ ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับจับจ่ายใช้สอยเช่นเดียวกับตลาดทั่วไปแล้ว เรื่องราวของตลาดแห่งนี้ยังสามารถบอกเล่าพัฒนาการและวิถีชีวิตของผู้คนในแถบย่านถนนราชพฤกษ์ได้เป็นอย่างดี

ตลาด Food Villa Market นั้น ตั้งอยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของถนนราชพฤกษ์ ช่วงระหว่างถนนบรมราชชนนี กับถนนเพชรเกษม โดยโจทย์ในการสร้างตลาดแห่งนี้นั้น ไม่ได้ต่างจากตลาดอื่นๆ ทั่วไปคือ เพื่อรองรับการจับจ่ายใช้สอยของผู้คนในละแวกนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางซึ่งมีรายได้ค่อนข้างสูง แต่ด้วยความที่ในย่านถนนราชพฤกษ์แห่งนี้นั้น มีตลาดในลักษณะเดียวกัน ที่มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้ากลุ่มเดียวกันเกิดขึ้นหลายแห่ง ผู้เป็นเจ้าของโครงการจึงมีความต้องการที่จะให้ตลาดแห่งนี้มีความพิเศษที่แตกต่างจากตลาดอื่นๆ และ ณ จุดนี้ การออกแบบสถาปัตยกรรมจึงได้เข้ามามีบทบาทสำคัญ

2

“ความจริงแล้วแนวคิดในการออกแบบก็ไม่ได้มีอะไรที่ซับซ้อน ผมแค่ต้องการออกแบบตลาดให้สามารถใช้งานได้ดี มีมาตรฐานที่ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสและจับต้องได้ แล้วก็มีความสวยงาม…จริงๆ แล้วหน้าที่ของเราก็แค่ ทำสเปซของตลาดให้มันดูเหนือกว่าตลาดสดทั่วไป เข้าไปแล้วรู้สึกดี ไม่รก ไม่มืด ไม่อับชื้น สามารถเดินซื้อของได้สบายๆ โดยนำการออกแบบเข้ามาบวก” ณฤชา คูวัฒนาภาศิริ จาก I Like Design Studio ผู้รับหน้าที่ออกแบบ Food Villa Market กล่าวถึงภาพรวมในการออกแบบ

ตลาดแห่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ Food Villa Market โครงการพาณิชย์ขนาด 10,000 ตารางเมตร ซึ่งประกอบไปด้วยทั้งส่วน ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านกาแฟ ร้านอาหาร และที่จอดรถ โดยมีตัวตลาดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าสุดที่ติดกับถนนราชพฤกษ์ ทำหน้าที่รองรับผู้คนที่จะเข้ามายังโครงการ และจากการที่ตลาดแห่งนี้ ตั้งอยู่ในย่านที่มีหมู่บ้านพักอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งรองรับการขยายตัวจากเมืองชั้นใน และผู้คนที่อยู่อาศัยบริเวณนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชนชั้นกลาง ซึ่งลักษณะทางสังคมเหล่านี้ ได้ถูกสะท้อนผ่านการออกแบบในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการจัดรูปแบบร้านค้าและร้านอาหาร เพื่อรองรับพฤติกรรมชอบจับจ่ายใช้สอยและทานอาหารนอกบ้าน การมีที่จอดรถเป็นจำนวนมาก เพื่อรองรับผู้คนซึ่งเดินทางมาด้วยรถยนต์เป็นหลัก รวมทั้งให้ความสำคัญกับการออกแบบรูปร่างและรูปทรงที่มีความสวยงาม สอดรับกับรสนิยมของชนชั้นกลาง

3

“แนวคิดในการออกแบบรูปทรงของตัวตลาดมาจากการที่เรามาคิดว่า ตลาดนี้เป็นเหมือนศูนย์รวมของสินค้าจากหลากหลายแหล่งผลิต ซึ่งเราจะเรียกว่า ฟาร์ม แต่ละเจ้าก็จะเป็นตัวแทนของแต่ละฟาร์ม ทีนี้ก็เลยคิดต่อไปว่า เราจะเอารูปทรงของฟาร์มมาเรียงต่อกัน เพื่อสร้างเป็นรูปร่างของอาคาร ที่จะเป็นตัวแทนภาพลักษณ์ของตลาดแห่งนี้” ณฤชา อธิบายถึงแรงบันดาลใจในการออกแบบรูปทรงโดยรวมของตลาด

โดยหลังคาขนาดใหญ่ที่หยิบยืมรูปทรงมาจากฟาร์มนี้ ครอบคลุมพื้นที่ 4,000 ตารางเมตรของตัวตลาดเอาไว้ทั้งหมด ภายใต้หลังคาผืนใหญ่นี้ จะถูกบรรจุไว้ด้วยแผงค้าย่อยจำนวน 412 แผงค้า ซึ่งมีทั้งส่วนร้านอาหาร ขนม ส่วนของอาหารแห้งและอาหารสด ที่ได้รับการจัดวางอย่างเป็นสัดส่วน ในส่วนของร้านค้าย่อยนี้ ผู้ออกแบบมีแนวคิดที่จะดึงบรรยากาศของตลาดในแบบที่ผู้คนคุ้นเคยเข้ามาไว้ในโครงการ ด้วยการเปิดโอกาสให้แต่ละแผงค้าสามารถออกแบบตกแต่งร้านได้ด้วยตนเองอย่างอิสระ ภายใต้การควบคุมที่ไม่เคร่งครัดจนเกินไป ผสานกับการสอดแทรกด้วยที่โล่งว่าง ซึ่งถูกจัดให้เป็นที่นั่งรับประทานอาหาร และพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนตามแนวทางเดิน ความหลากหลายเหล่านี้ทำให้เกิดชีวิตชีวา อันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของตลาดที่พบได้ทั่วไปในสังคมไทย เพียงแต่ถูกนำมาบอกเล่าในภาษาใหม่ ที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน

4

ด้วยความที่ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดสมัยใหม่ ผู้ออกแบบจึงเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่มาเป็นส่วนประกอบของโครงการ โครงสร้างทั้งหมดทำจากเหล็ก ซึ่งทำให้สร้างช่วงพาดได้กว้าง และยังก่อสร้างได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ส่วนหลังคาได้รับการมุงโดยใช้แผ่นเมทัลชีท เช่นเดียวกับอาคารซึ่งมีช่วงพาดกว้างทั่วไป มีการเจาะช่องแสงบริเวณหลังคาเป็นช่วงๆ เพื่อนำแสงธรรมชาติเข้ามาภายใน ในส่วนของผนังทางด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นด้านที่แดดไม่ร้อนมากนัก ได้รับการกรุด้วยแผ่นกระเบื้องลอนใสเพื่อให้แสงธรรมชาติสามารถเข้ามาได้ โดยมีระแนงไม้เทียมในแนวตั้ง ทำหน้าที่ช่วยกรองแสง ในส่วนของผนังด้านทิศใต้ ซึ่งเป็นด้านที่แดดร้อน และได้รับแสงแดดตลอดวัน จะกรุด้วยเมทัลชีททึบเจาะช่องแสงเล็กน้อยเพื่อป้องกันความร้อนที่จะเข้ามากับแดด และแม้วัสดุทุกชนิดจะเป็นวัสดุทั่วไป ที่มีราคาไม่สูงมาก แต่เมื่อได้รับการนำมาจัดวางอย่างมีชั้นเชิง ช่วยให้ได้ผลงานที่มีเอกลักษณ์อันโดดเด่น กลายเป็นจุดหมายตาสำคัญของย่านนี้ไปโดยปริยาย

ภายใต้หลังคาผืนใหญ่ยังได้ถูกสอดแทรกไว้ด้วยงานระบบอย่างแยบยล ทั้งท่อสำหรับระบายควันจากการทำอาหาร รวมทั้งยังคำนึงถึงการระบายอากาศด้วยวิธีธรรมชาติ ด้วยการเจาะช่องเปิดที่ถูกซ่อนไว้ใต้หลังคาที่ซ้อนกัน เพื่อให้อากาศร้อนที่ลอยขึ้นมาสามารถระบายออกสู่ภายนอกได้ ในขณะที่อากาศเย็นจะลอยเข้าทางด้านข้าง เป็นการปรับอากาศโดยใช้ธรรมชาติให้เป็นประโยชน์ ทำให้ตลาดแห่งนี้มีอุณหภูมิที่น่าสบาย โดยที่ไม่ต้องติดเครื่องปรับอากาศ

5

นอกจากการออกแบบเพื่อสนองต่อประโยชน์ใช้สอยและสุนทรียะแล้ว ผู้ออกแบบยังได้สอดแทรก “ลูกเล่น” ไว้ในตัวตลาด ไม่ว่าจะเป็น รูปลักษณ์ของความเป็น “ไอค่อน” ซึ่งมีความพิเศษและเป็นที่น่าจดจำสำหรับผู้พบเห็นทำให้กลายเป็นจุดหมายตาสำคัญของย่านนี้ นอกจากนี้ยังได้คำนึงถึงมุมที่เป็นจุดขาย สำหรับไว้ให้ผู้คนที่มาได้ใช้สำหรับถ่ายรูป ซึ่งเป็นพฤติกรรมใหม่ของผู้คนในยุคปัจจุบัน ทำให้ตลาดแห่งนี้ เป็นตลาดในวิถีสมัยใหม่ ที่บรรจุเรื่องราวผู้คนในยุคสมัยนี้เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน และเป็นตัวแทนในการบอกเล่าความเป็นมาและเป็นไปของย่านราชพฤกษ์ได้เป็นอย่างดี

6

7

8

Image / Photo : แมลงภู่

Comments

comments