Interview : V-WAN ผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่อัด

Interview : V-WAN ผลิตภัณฑ์ไม้ไผ่อัด

ในวิทยานิพนธ์ระดับปริญญาเอกที่ผมกำลังทำอยู่นั้น ผมทำเกี่ยวกับเรื่อง การพัฒนานวัตกรรมวัสดุ “อัพไซเคิล” ในประเทศไทย ผมเลยมีโอกาสได้สัมภาษณ์ผู้ประกอบการหลายๆ ท่าน ที่มีการนำเศษวัสดุเหลือใช้ มาพัฒนาเป็นวัสดุชนิดใหม่ หนึ่งในชิ้นงานที่ผมประทับใจมากที่สุดคือ ผลิตภัณฑ์ V-WAN ที่เกิดจากการนำเศษไม้ไผ่มาอัดเป็นแผ่น โดยเป็นผลงานของ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลลุ่มสุ่ม บ้านสามัคคีธรรม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ผมเลยนำส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ที่ผมได้สัมภาษณ์ ผู้ใหญ่ลาวัลย์ มะเจียกจร ผู้ใหญ่บ้านและผู้ริเริ่มโครงการนี้ มาเผยแพร่ เผื่อมีใครสนใจ

20151212_110617

ที่มาของชื่อ V-WAN นี่มายังไงครับ?

ตอนแรกเราใช้คำว่า “เศษไผ่ไทรโยค” แต่หลายคนแนะนำว่าไม่ควรใช้คำว่าเศษ เพราะมันดูเหมือนของไม่มีค่าผลิตภัณฑ์เราเลยใช้คำว่า วีวัลย์ (V-WAN) วีวัลย์ก็คือ ผู้มีชัยชนะในป่า คุณเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์เป็นคนตั้งให้ เพราะเขามีที่ดินอยู่ที่นี่ เราบอกว่ากำลังทำชิ้นงานเกี่ยวกับเศษไม้ไผ่ เขาก็เลยตั้งชื่อนี้มาให้ แล้วชาวบ้านก็เห็นดีด้วย

ผลิตภัณฑ์นี้มีความเป็นมายังไงครับ?

เริ่มมาจากที่เราสำรวจตรงนี้เศษไม้มันเหลือเยอะ เพราะมีอาชีพสานเฝือก (แผ่นไม้ไผ่) เราก็คิดว่าจะไปทำอะไรดีที่มันน่าจะเกิดประโยชน์มากกว่าการเผาทิ้ง ก็เลยศึกษาเรียนรู้ในทุกๆ ที่ที่ทำเกี่ยวกับไม้ไผ่ สามารถเอาไปทำอะไรได้บ้าง ไส้ไม้ไผ่ เยื่อไม้ไผ่ เอาไปทำอะไรได้บ้าง จนได้มาเจอกับมูลนิธิรักษ์ไทย

ตอนที่เริ่มมีแนวคิดที่จะทำ ตอนนั้นสักประมาณปีไหนได้ครับ?

ปี 55 ค่ะ

แล้วหลังจากที่มูลนิธิรักษ์ไทยเข้ามาแล้ว ได้ทำอะไรบ้างครับ?

เขาเข้ามาดูข้อมูลว่าจะเอาไผ่ไปทำอะไร ก็ได้รู้จักกัน ได้อบรมร่วมกันหลายครั้ง จนเขาเลือกหมู่บ้านเราที่ดูแลอยู่สองปี ปี 57-58 จากนั้นเขาก็พาไปดูงานตามที่ต่างๆ

มีที่ไหนบ้างครับ?

ก็มีกรมป่าไม้ที่ราชบุรี แล้วก็มีกรมป่าไม้ (กรุงเทพฯ) ของอาจารย์วรธรรม (อ.วรธรรม อุ่นจิตติชัย)  ซึ่งเราไปศึกษาเรียนรู้อยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง โดยใช้กลุ่มชาวบ้านไปสักประมาณสิบกว่าคน มีแล็ปของเขาที่สอนกรรมวิธี เขาก็ใช้จากที่ทำฟางข้าว ก็เอาเศษไผ่ของเราไปคิดสูตรกัน ก็มีอาจารย์เหมือนเป็นพี่เลี้ยงให้เรา คอยสอนเรา แล้วเขาก็คิดสูตรให้เรา เช่น ความแห้งเท่านี้ต้องใช้ไผ่เท่าไหร่ ใช้กาวเท่าไหร่ เพราะว่าแต่ละสูตรมันจะไม่เหมือนกัน

แล้วระหว่างนั้นใช้เงินทุนจากไหนครับ?

จากมูลนิธิรักษ์ไทยรี่แหละค่ะ ได้รับเงินสนับสนุนมาจาก GEF(กองทุนสิ่งแวดล้อมโลก ) แล้วก็ UNBP ซึ่งให้ผ่าน BEDO(สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ) มาอีกที

20151212_110612

มีการปรึกษานักวิชาการจากข้างนอกไหมครับ?

มีทางมูลนิธิรักษ์ไทยจะประสานให้เรา ตอนนั้นก็มี วช.เข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เรา สอนเกี่ยวกับการทำงาน การทำโต๊ะ

หลังจากที่ทดลองที่กรมป่าไม้มาแล้ว เริ่มผลิตออกขายช่วงประมาณปีไหนครับ?

หลังจากเวิร์คช๊อป เราได้รับเครื่องมือมาปลายๆ ปี 57 ประมาณเดือนตุลา-พฤศจิกา เอามาทดลองเองจนออกมาเป็นผลิตประมาณปี 58 กลางๆ ปีค่ะ เพราะว่าต้องมาลองเครื่องที่นี่กับที่กรมป่าไม้ไม่เหมือนกัน ต้องเริ่มสูตรใหม่ ลองเครื่องใหม่ 4 เดือนกว่าจะได้ลงตัวก็คือได้เป็นชิ้นงานในเดือนเมษาปี 58

แล้วทุนที่ใช้ในการสร้างโรงงานหรือซื้อเครื่องจักรนี่มาจากไหนครับ?

ทุนที่ใช้ก็คือของ BEDO นี่แหละค่ะ โรงงานนี่เราใช้อาคารเก่า เราได้แต่เครื่องมือมาแล้วก็มีเครื่องอัดร้อน เครื่องบดละเอียด

พอได้เป็นผลิตภัณฑ์แล้วเนี่ย ก็เริ่มขายเลยหรือเปล่าครับ?

ค่ะเริ่มขายเลย ไปออกบู้ทต่างๆ ตามเมืองทอง  โอท็อป ไปสยามพารากอน  ซีคอนแสควร์ ผลิตที่นี่แล้วก็ไปออกตามบู้ท

20151212_110910

ตอนนี้มีกำลังการผลิตขนาดไหนครับ?

ก็จริงๆ แล้วเครื่องอัดร้อนเราจะผลิตได้วันหนึ่งเต็มที่ไม่เกิน 50 แผ่น ขนาด 50×50 ซม. ยังได้ขนาดเดียวเพราะเครื่องอัดร้อนหน้าแปลนมันขนาดเท่านี้ ก็จะได้เท่านี้ ความหนาก็จะมี 3 มม. 5 มม. 8 มม. 10 มม. แล้วแต่ จริงๆ ตอนนี้เดือนหนึ่งไม่เกิน 300 แผ่น พอ 300 แผ่นเราก็มาทำเป็นชิ้นงาน

แล้วมีอะไรเป็นส่วนประกอบบ้างครับ?

มีแค่เศษไผ่กับกาวแดง คือเป็นกาวจากที่กรมป่าไม้เขาดูให้แล้ว คือเป็นกาวที่ไม่เป็นมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ตอนนี้ก็เริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาแล้วหรือยังครับ?

เริ่มมีมาบ้างแล้วค่ะ

20151212_110751

ลูกค้าส่วนใหญ่จะรู้จัก V-WAN จากงานแสดงสินค้าหรือเปล่าครับ?

ค่ะ แต่ตอนนี้เราเปิดเฟซบุ๊กเป็นของตัวเองด้วย (https://th-th.facebook.com/bambooplywood.kri/)

มีคนร่วมลงทุนไหมครับ หรือใช้ทุนของBEDOอย่างเดียว?

เราจะมีการระดมหุ้นของคนในชุมชน เราเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ระดมทุน 80 ครัวเรือน มันได้ 200 กว่าหุ้นค่ะ 246 หุ้น

เหมือนกับว่าพอได้กำไรก็มาปันผล?

ที่เราคุยกันปีที่ 3 จะมีการปันหุ้น ตอนนี้ก็เหมือนหมุนเวียนในการทำไปก่อน

แล้ววัตถุดิบไม้ไผ่นี่มาจากไหนครับ?

ในป่าชุมชน แล้วก็ในหัวไร่ปลายนา บางคนเขาก็ปลูกเอง

ไม่ต้องนำเข้าจากที่อื่นเลย?

ไม่ต้องเลยค่ะ แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้วค่ะ บางคนถามว่าถ้าต่อไปธุรกิจมันเป็นไปได้มั้ย ถ้าเป็นไปได้เราจะไปตัดไม้เพิ่มไหม บอกว่าไม่ต้องตัดเพิ่มหรอกเพราะว่าหมู่บ้านข้างเคียงที่เขาใช้เศษไผ่ก็ยังเหลือเยอะ บางหมู่บ้านเขาสานเข่งก็เหลือเยอะ

ตอนนี้ถ้าให้ประเมิน คิดว่าในเชิงธุรกิจสามารถสามารถอยู่รอดในตลาดหรือยังครับ? แล้วจากนี้ไปวางแผนจะไปถึงระดับไหน?

ถ้าพูดถึงตอนนี้เราก็ยังไม่แน่ใจ เพราะจริงๆ เราเพิ่งเริ่มได้ไม่นาน ถามว่าคิดไปไกลถึงไหน คิดมั้ย จริงๆ เราคิดไปไกล เราก็คิดไปถึงระดับส่งออกเลย แต่ว่าความคิดมันอาจจะไม่เป็นความจริงก็ได้ หรือมันอาจจะเป็นความจริงในสักวันหนึ่ง แต่ตอนปัจจุบัน ณ จุดนี้เราได้แค่นี้ก็ภูมิใจแล้ว ทำเท่าที่ได้ไปก่อน เพราะตอนนี้เรายังขาดเครื่องมือ เราคิดได้แต่ยังทำไม่ได้ แต่ที่จะไปเมืองนอกมันก็มีการวางแผนธุรกิจของเราไว้ มันน่าจะหลังจากห้าปีไปแล้ว

20151212_113009

 

Comments

comments